SleepRunner22 reviews2 followersFollowFollowMarch 16, 2020เป็นเล่มเล็ก ๆ เกี่ยวข้องกับการสิบหาเจ้าสาวที่หายตัวไปจากงานแต่งงาน ซึ่งผู้ที่ช่วยกันสืบไม่ใช่นักสืบมืออาชีพ หากแต่เป็นทนายหนุ่มจอมกะล่อนที่จำเป็นหรือจำยอมต้องเข้ามาพัวพันเอง รวมทั้งคุณหมอดอกเข็ม และคนสำคัญคือคุณป้ามาธูร ป้าของคุณหมอ ผู้มีความสนใจหรือความชอบส่วนตัวในการสิบคดี เรื่องนี้น่าติดตาม อ่านง่าย สนุกและตลกมาก โดยเป็นการเล่าเรื่องผ่านการเล่าจากพระเอกจอมกะหล่อน มันจึงทำให้เนื้อเรื่อง ตลกและสนุก คนเขียนยังคงความเข้าใจคนได้ดี มีอารมณ์ขัน เพราะไม่ว่าดราม่าชีวิตจากตัวละครในเรื่องอื่นที่ถ่ายทอดได้ดีเยี่ยมแล้วในเรื่องของนิยายสบาย ๆ ตลก ๆ ท่านก็ยังเข้าใจและมีอารมณ์ขันที่ถ่ายทอดลงในตัวละครได้เยี่ยมยิ่ง เช่นหลาย ๆ เรื่อง ดังนั้นเรื่องนี้ ตลก ขำ ปน ๆ ไปด้วยอย่างน่ารัก 55
RMN219 reviews17 followersFollowFollowFebruary 2, 2015เพิ่งมีโอกาสได้อ่านตอนแรกของคุณป้ามาธูร หลังจากที่ได้อ่านตอนศึกคดีวังน้ำร้อนจบไปเมื่อปีก่อนลักษณะการเขียนเรื่องนี้จะเป็นการเล่าเหตุการณ์ผ่านปาณิก ทนายความหนุ่ม ที่บังเอิญต้องไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีโดยเล่มนี้เป็นเรื่องราวที่เขาได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสซึ่งมีเพื่อนของเขาคนหนึ่งเป็นเจ้าบ่าวแต่เมื่อไปถึงงานเลี้ยง เขากลับพบว่างานเลี้ยงได้ยกเลิกไปเสียแล้ว ด้วยความที่กลัวว่าเพื่อนจะเป็นอะไรไป ปาณิกจึงชวนหมอดอกเข็มที่มางานนี้ด้วยกันไปดูที่บ้านเพื่อนเผื่อว่ามีอะไรจะได้ช่วยเหลือได้จึงได้รู้ว่าหลังจากเสร็จสิ้นพิธีเช้า เจ้าสาวกลับหายเข้ากลีบเมฆไปเสียแล้ว ยังไงกันล่ะนี่...เรื่องวุ่นวายมากขึ้นเพราะเจ้าบ่าวเจ้าสาวดันจดทะเบียนกันไปเสียแล้วในตอนเช้าปัญหาเรื่องทรัพย์สมบัติของทั้ง 2 บ้านจึงเป็นเรื่องที่ต้องถกกันไม่จบไม่สิ้น ทำให้ร้อนถึงคุณป้ามาธูร คุณป้าผู้ฉลาดเฉลียวของคุณหมอดอกเข็ม ต้องออกโรงช่วยสืบหาตัวเจ้าสาวที่หายไปหลังอ่านเรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นๆ สามารถเดาเรื่องราวได้ไม่ยากค่ะ ความสนุกกลางๆ เพราะตัวละครเยอะทำให้เรื่องราวดูวุ่นวะวุ่นวายไปหน่อยอ. วินิตาเขียนเรื่องนี้เพราะได้แรงบันดาลใจมากจากเรื่องเชอร์ล็อคโฮห์ม ดังนั้น การวางพล้อตและเปิดเผยปมปริศนา จะเป็นสไตล์นั้นเลยค่ะ คือมีการหยอดเรื่องราวให้คนอ่านได้ขบคิดและสงสัยตั้งแต่แรกๆ เลยว่าเรื่องราวจะไปในทิศทางไหน ถ้าเรามองว่าเราเป็นเหมือนนักสืบคนหนึ่งแล้วพยายามเสาะหาจุดที่เป็นร่องรอยเล็กๆ น้อยๆ ที่ผู้แต่งทิ้งไว้ ก็จะทำให้รู้สึกสนุกมากขึ้นค่ะ พอเริ่มๆ เดาได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังก็เหลือแค่มาดูว่า เราจะสามารถเราเหตุผลที่ตัวละครกระทำไปทั้งหมดได้ตรงกับที่ผู้แต่งเฉลยไว้หรือไม่
Iggyizzy2000200 reviews10 followersFollowFollowApril 29, 2020ความเห็นส่วนตัว นิยาย'คุณป้ามาธูร ตอน คดีเจ้าสาวหาย' จัดว่าเป็นนิยายที่ไม่ยาวมาก มีเนื้อเรื่องแบบไทยผสมผสานการสืบสวนที่มีความในการบรรยายคาแร็คเตอร์ของตัวละคร และ สถานการณ์ที่กระชับ ไม่เวิ้นเว้อ น่าจะเป็นต้นแบบที่ดีให้กับนิยายไทยรุ่นใหม่ๆซึ่งนิยายไทยรุ่นใหม่หลายๆเรื่องมักตกม้าตายกับการบรรยายแบบนี้ที่มันยาวเกิน หรือ มาบ่อยๆซ้ำๆ มากจนเกินพอดี (ผมมักเรียกพวกนี้ว่า 'เป็นเด็กดีเกินไป')ส่วนเส้นเรื่องในการสืบสวนนั้นก็ซับซ้อนพอสมควร แม้ไม่มีการเลือดตกยางออก ปริศนาไม่ยากไม่ง่ายนักโดยอาศัยตัวละครเยอะออกมาสับขาหลอกโดยรวม ความสนุกอยู่ในระดับปานกลาง ไม่เน้นความระทึก แต่สนุกตรงการเล่าเรื่องผ่านตัวละครห่ามๆอย่างปาณิกแทน ใครชอบแนวเลือดกระฉูด ซับซ้อนแบบหักมุม ก็ควรข้าม แต่ใครอยากอ่านนิยายสืบไทยๆที่เขียนจากปลายปากกานักเขียนระดับครูที่มีลีลาเล่าเรื่องสนุกๆก็ลองอ่านดู
Violet (Biblioteca di Violet)92 reviews8 followersFollowFollowNovember 11, 2023คะแนนที่ให้คือ 4/5 ค่าปาณิกเป็นทนายความหนุ่มที่ไปแอบชอบคุณหมอสาวสวยที่มีชื่อว่าดอกเข็ม แต่ดอกเข็มไม่เล่นด้วย ปาณิกก็ไม่ลดละความพยายาม ยังคงตามจีบดอกเข็มอยู่ตลอด อยู่มาวันหนึ่งเพื่อนสนิทของปาณิกที่มีชื่อว่าธงชัยหรือที่ปาณิกชอบเรียกว่าท่อกมาเชิญให้ไปงานแต่งงาน และก็เป็นเรื่องบังเอิญอย่างมากที่ดอกเข็มดันรู้จักป้าของเจ้าสาวจึงได้การ์ดไปงานแต่งงานเหมือนกัน ปาณิกและดอกเข็มเลยไปงานแต่งงานด้วยกัน เมื่อไปถึงกลับพบว่าเจ้าสาวได้หายตัวไป งานแต่งงานจึงถูกยกเลิกไปโดยปริยาย เมื่อเป็นดังนั้นดอกเข็มเลยขอให้ปาณิกพาไปส่งที่บ้านของเธอ เมื่อไปถึงบ้านของดอกเข็มเธอจึงรีบชวนปาณิกมาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดในงานแต่งงานให้คุณป้ามาธูรซึ่งเป็นป้าของดอกเข็มได้ฟัง คุณป้ามาธูรจะหาเจ้าสาวเจอหรือไม่ แล้วปาณิกจะได้กุมหัวใจของดอกเข็มหรือปล่าวนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้อ่านหนังสือฝีมือปลายปากกาของศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ประจำปี พ.ศ. 2547 อย่างแก้วเก้า หรือว.วินิจฉัยกุลค่ะ ก่อนจะเริ่มอ่านนี่ยังแอบกลัวอยู่เลยว่าถ้าไม่ชอบนิยายเรื่องนี้ขึ้นมาจะรีวิวยังไงดี เพราะว่าปกติจะรีวิวทุกอย่างตามตรง ไม่มีการโกหกหลอกลวงใดๆ บางครั้งรีวิวเลยออกมาแรง แต่พออ่านจบก็โล่งใจเลยค่ะ เพราะว่านิยายเรื่องนี้สนุกสุดยอดถ้าใครหวังว่านิยายเรื่องนี้จะให้อารมณ์แบบแจ๊ค รีชเชอร์ หรือเกเบรียล อัลลอนหล่ะก็ แนะนำให้ไปอ่านเล่มอื่นค่ะ แต่ถ้าใครชอบแนว cozy mystery ที่เล่าเรื่องให้คนอ่านอ่านเรื่อยๆแต่วางไม่ลง นิยายเล่มนี้เหมาะกับคุณเป็นที่สุด จุดแข็งของเรื่องนี้เห็นจะเป็นความสัมพันธ์ของแต่ละตัวละครค่ะ อย่างเช่น ปาณิกกับท่อก เราสามารถรับรู้ได้เลยว่าเป็นเพื่อนสนิทกัน เพราะว่าคำที่แก้วเก้าเลือกใช้ในแต่ละบทสนทนาแสดงให้เห็นว่านี่แหละคือเพื่อนสนิทกำลังพูดคุยกัน ไม่ว่าจะเป็นการหยอกล้อกันระหว่างเพื่อน หรือการสอบถามสารทุกข์สุกดิบกันและกันก็ตาม คนอ่านคิดภาพตามง่ายมากค่ะและด้วยหนังสือเล่มนี้เป็น cozy mystery ด้วยแล้ว ไม่ต้องห่วงเรื่องคดีที่ไส้แตก หรือเลือดสาดจนน่าขยะแขยงใดๆทั้งสิ้น มันไม่มีอยู่ในนิยายเรื่องนี้เลยค่ะ สบายใจได้ ส่วนความยากของคดีก็ไม่ได้ยากเว่อร์วังอลังการงานสร้าง สามารถพอเดาได้ลางๆตั้งแต่กลางเรื่องได้เลยว่าเจ้าสาวอยู่ที่ไหน มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากเลยค่ะ เพราะปกติทายไม่ค่อยจะถูก แล้วก็ภาคไขคดีก็ไม่ได้เปิดตัวใหญ่แบบยอดนักสืบจิ๋วโคนัน แต่จะออกแนวแบบเรียบๆมากกว่าอีกเรื่องนึงที่จะลืมไม่ได้เป็นอั��ขาดคือความตลกที่แก้วเก้าใส่เข้าไปค่ะ อย่างเช่น “อีตอนเด็กๆ อยากกินอะไรผู้ใหญ่ก็คอยห้ามกิน ไอ้โน่นก็แสลง ไอ้นี่ก็ไม่ดีกินกับมากก็ว่าจะเป็นตานขโมย หมายมั่นปั้นมือว่าจะมากินตอนโต หน็อย! พอเป็นหนุ่ม เงินเดือนชักหน้าไม่ถึงหลัง ยิ่งมีคู่รักยิ่งอดอยากปากแห้ง เอ้า! กัดฟันคิดว่าพอแก่จะกินให้เต็มที่ ไม่ห่วงเรื่องเงินทองอีกแล้ว เก็บไว้ทำไม ตายแล้วก็เอาไปไม่ได้ ชะ! หมอดันมาห้ามเสียอีก กินเหล้าก็เป็นโรคตับ กินหมูกินไก่ก็เป็นความดัน กินไข่มากๆก็ไขมันในเส้นเลือด กินเผ็ดๆก็โรคกระเพราะ สูบบุหรี่ก็มะเร็ง ปั้ดโธ่โว้ย! กินก็ตาย ไม่กินก็ตายวันยังค่ำ แล้วอดหาอะไรวะ” อุ๊ย ย่อหน้านี้ตลกมากค่ะ ทำไมมีคนคิดเหมือนกันเลยก่อนจะจากกันไป ขอสรุปสั้นๆว่าแฟนๆหนังสือแนวสืบสวนสอบสวนควรอ่านค่ะ เพราะอ่านง่าย อ่านเพลิน แถมยังเต็มไปด้วยขนมธรรมเนียมและวัฒนธรรมที่เราคุ้นเคย ไม่เหมือนของชาติใดๆทั้งสิ้น ลองอ่านดูค่ะ แล้วจะพบว่านักเขียนไทยก็ไม่แพ้ชาติไหนเลยติดตาม Biblioteca di Violet เพิ่มเติมได้ที่:Instagram YouTubeFacebook