Suradech Chotiudompant15 reviews38 followersFollowFollowApril 16, 2013การอ่านงานเล่มนี้เหมือนกับการดำดิ่งลงไปในห้วงจิตสำนึกของตัวละครเมื่อโลกปัจจุบันที่บิดเบี้ยวได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์บิดผันตามไปด้วย การจองจำทางกายอาจจะเป็นสัญลักษณ์ของการกักขังทางใจของมนุษย์ในสังคมปัจจุบันที่ต้องพึ่งพาผู้อื่นรอบข้างในการดำรงชีวิตอยู่ อำนาจและการสยบยอมกลายเป็นเรื่องธรรมชาติ ในขณะที่ความรักถูกบั่นทอนให้กลายเป็นเกมของผู้กระหายซึ่งอำนาจ คำถามที่ตามมาคือทางออกจากวังวนวิปริตของสังคมที่บีบเค้นเช่นนี้จะเป็นไปได้หรือไม่ ภาษาของวิภาสเข้มข้น หากบางครั้งอาจจะยืดยาดและดูเวิ่นเว้อ แต่ทั้งนี้อาจจะเป็นความพยายามที่จะค้นแคะร่องรอยความคิดและสภาพจิตใจของตัวละครทุกซอกทุกมุมราวกับว่าผู้แต่งเป็นช่างปั้นที่ใช้เวลาและความประณีตในการสลักเสลารูปปูนปั้นให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด แน่นอนว่าคำถามหนึ่งที่จะเกิดขึ้นคือวรรณกรรมเล่มนี้สะท้อนแหล่งที่มามากน้อยเพียงใด เนื่องจากฉากและเหตุการณ์ทั้งหมดถูกบั่นทอนราวกับให้เป็นศิลปะมินิมอลลิสต์และสร้างความเป็นสากลให้แก่งานชิ้นนี้ หรือว่าในที่สุดแล้วภาวะบีบคั้นดังกล่าวซึ่งสามารถเกิดขึ้นที่ใดก็ได้แสดงให้เห็นว่าในที่สุดเมืองเราถูกกระแสโลกาภิวัตน์กลืนกินและกลายเป็นเมืองนิรนาม เหตุการณ์โศกนาฏกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็กลายเป็นเหตุการณ์นิรนามที่อาจจะเกิดขึ้นที่ใดก็ได้บนโลกที่ถูกโลกาภิวัตน์ทำให้บิดเบี้ยวไปใบนี้
Katie Kittikhun 51 reviews5 followersFollowFollowOctober 23, 2012เนื้อเรื่องดำเนินไปเนิบช้าจริงๆ จนบางทีก็น่าเบื่อไปบ้าง พล็อตเรื่องไม่ซับซ้อน แต่กลวิธีการเขียนของผู้เขียนสามารถลากยาวมาได้กว่า400 หน้า(อย่างน่าอัศจรรย)์ ธีมหลักๆคือการมองเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ และการค้นหาตัวตนโดยมองข้ามความถูกต้องของกฏเกณฑ์ในสังคม ตอนกลางเรื่องแผ่วบาง ตอนจบทำได้ดี
Petch Manopawitr121 reviews17 followersFollowFollowMay 2, 2016นวนิยายรางวัลซีไรต์ประจำปี2555 เรื่องเล่าสำรวจสภาวะจิตใจภายในของตัวละครหลักสามคนคือเกริก พิชิตและนุช เพือนรักสามคนที่ต่างมีปมในจิตใจคนละแบบ โครงเรื่องดำเนินโดยเกริกกับสภาวะทางอารมณ์ที่อธิบายไม่ได้จนนำไปสู่การจองจำคนแคระในความพยายามที่จะสถาปนาความสัมพันธ์แบบใหม่ ที่ท้าทายความถูกต้องและจารีตทุกประการจุดเด่นคือภาษาและการพรรณนาที่ละเอียด หมดจดจนเห็นภาพตามแทบจะในทุกอิริยาบทเหมือนฉากหนัง โดยเฉพาะภาพตึกเก่าร้างที่ลึกลับ บึงน้ำที่สวยสงบ แม้การดำเนินเรื่องจะเนิบช้าและหลายช่วงหลายตอนจะมีลักษณะกึ่งจริงกึ่งฝันพร่าเลือนจนเหนือจริง แต่ต้องยอมรับว่าภาษาสร้างให้ตัวเรื่องมีพลังคาดคั้นกดดันให้คนอ่านอยู่กับเรื่องไปได้ตลอดหลายฉากยังทำให้ทึ่งถึงอำนาจแห่งจินตนาการและความสามารถในการสร้างรายละเอียดอย่างเหลือเชื่อ อาศัยปรากฏการณ์ภายนอกอธิบายการสำรวจสภาพจิตใจภายในที่ขัดแย้งสับสนต้องยอมรับว่าเป็นนวนิยายไทยที่แหวกแนวและมีพลังในการนำเสนออย่างน่าทึ่ง แต่หลายฉากหลายตอนก็เหมือนจงใจสร้างเป็นฉากหนัง ไม่ว่าจะเป็นภาพตึกเก่า การเจอมือที่ถูกตัด ฉากการต่อสู้ของคนแคระ และช่วงการหลีกเร้นหนีไปผจญภัยในออสเตรเลียของเกริกในภาคจบทุกภาคทิ้งภาพพร่าเลือนที่ติดตาคนอ่าน ส่วนตัวการขับรถกลางทะเลทรายและการหลบไปใช้ชีวิตกลางธรรมชาติที่แทสมาเนียตอนท้าย ค่อนข้างตรงกับประสบการณ์ส่วนตัว และทำให้นึกถึงภาพความว่างเปล่าของภูมิทัศน์ที่บังคับให้เราต้องหันมาสบตากับสภาวะภายใน ปั่นป่วน วนเวียนอยู่กับความหมายของอิสรภาพ ความฝัน ความมั่นคง อนาคต ความเป็นจริง จินตนาการ กระโดดโลดเต้นจนจับต้นชนปลายไม่ถูกความขัดแย้งภายในเป็นประสบการณ์ร่วมกันของมวลมนุษย์ บางอย่างอธิบายได้ บางอย่างก็ไม่มีเหตุผลที่จะหาคำอธิบาย ก็..."อะไรเล่าจะน่าพรั่นพรึงเท่าจิตใจที่จ้องลึกลงไปในตัวมันเอง"บางทีบทสรุปก็อาจเป็นอย่างที่บทบรรณาธิการบันทึกทิ้งท้ายไว้ว่า "มนุษย์นั้นแน่นเต็มและก็ว่างเปล่าไร้ความหมายไปพร้อมๆกัน"thai-literature
Tassanee10 reviews3 followersFollowFollowNovember 4, 2012สะดุดตั้งแต่เห็นสันกระดาษเป็นสีดำ แต่พออ่านไปสักพัก ก็เห็นเลยว่ารูปลักษณ์หนังสือแบบนี้ล่ะเข้ากันกับเนื้อหาเป็นที่สุดส่วนตัว ชอบที่หนังสือเล่มนี้ตรงที่เล่นกับจิตใจมนุษย์ด้วยการตีแผ่ความรู้สึกนึกคิดที่แฝงตัวในมุมมืดของมนุษย์แต่ละแบบ โดยที่ปกติเราอาจมองไม่เห็น หรื่ไม่สังเกตข้อติอย่างเดียวคือการดำเนินเรื่องที่เนิบช้า หากผู้เขียนไม่ใช้ภาษาทรงพลังในการบรรยาย หนังสือเล่มนี้อาจจะน่าเบื่อมาก
Sukree2 reviews1 followerFollowFollowOctober 8, 2020เข้มข้น ภาษาสำนวนประทับใจ เข้าถึงก้นลึกในความเป็นมนุษย์ที่ซับซ้อน เป็นนักเขียนที่ต้องตามอ่านให้ครบทุกเล่ม
Klin กลินท์230 reviews15 followersFollowFollowMay 19, 2020“…อะไรเล่าจะน่าพรั่นพรึงไปกว่าจิตใจที่จ้องลึกลงไปในตัวมันเอง…” จาก “คนแคระ-ของคุณวิภาส ศรีทอง” นวนิยายรางวัลซีไรต์เล่มล่าสุดปี 2555|หลังจากปิดหน้าสุดท้ายลงแล้วเหมือนผุดขึ้นจากก้นบึ้งของจิตใจตนเอง นับเป็นการอ่านงานเขียนในแบบดิ่งและลงลึกไปในมิติข้างล่างเรื่อยๆ มากกว่าที่จะไปข้างหน้า พลังของตัวละครหลักทั้ง 4 “เกริก คนแคระ นุช และพิชิต” ผ่าน กรง/มนุษย์หัตถ์/เศษกระจก/ทะเลทราย ได้แสดงให้เห็นสัมพันธภาพของมนุษย์ในหลากรูปแบบโดยเฉพาะเสรีภาพจากจิตใจโดยตนเองแต่กำหนดขอบเขตสำหรับคนอื่น ลึกลงในทุกๆเหลือบจิตใจเรามีแต่นามธรรมพร่ามัว คลุมเครือล้วน ยากแท้หยั่งถึงชั่วกัปชั่วกัลป์. ระหว่างบรรทัดหรือแม้นปิดเล่มแล้วลองค้นลึกลงในทุกๆเหลือบใจตนดูครับวิภาส ศรีทอง.2555.คนแคระ.พิมพ์ครั้งที่1.กรุงเทพฯ:สมมติ.Recommend!ปล.เพื่อนๆที่อ่านแล้ว คิดเห็นเช่นไรแลกเปลี่ยนกันได้ครับ :)ปล.“…พอจะสรุปได้ว่า ‘ความอิหลักอิเหลื่อ’ เป็นคุณสมบัติประการหนึ่งของมนุษย์ บางขณะเราวิงวอน เรียกร้อง และร้องขอแต่ใช่ว่าเราสยบยอมและไม่ต่อต้าน บางคราวเรากลัวสยองเกล้าแต่ไม่��ช่ว่าเราจะไม่คำรามและตะโกนขู่ และถึงที่สุดเราประกาศก้องถึงศีลธรรมจรรยาแต่เราเองมิใช่หรอกหรือที่ทั้งสัปดนและมดเท็จ มนุษย์นั้นแน่นเต็มและก็ว่างปล่าวไร้ความหมายไปพร้อมๆกัน”-บางส่วนจากบรรณาธิการบันทึก./19 DEC 2012
Suphanat Rodwanna10 reviews8 followersFollowFollowFebruary 8, 2017ณ จุดหนึ่งแห่งยุคที่การย่ำกรายดำดิ่งสู่จิตใจมนุษย์ฟกช้ำ คนแคระคือรอยบิ่นของความสำเร็จในความพยายามแสวงหารูปธรรมของจิตใจที่เวิ้งว้างมืดมิดและเยือกเย็น
Worawich Standup10 reviews1 followerFollowFollowNovember 30, 2012เพียงสองย่อหน้าแรกทำให้ผมทึ่งในการเขียนบรรยายความรู้สึกของตัวละครที่ชื่อ 'เกริก' และมันได้อธิบายความเป็นไปได้ของเรื่องนี้อย่างสมเหตุสมผลแล้ว เพียงแค่สองย่อหน้าแรกเท่านั้น ตลอดเรื่องสร้างความเพลิดเพลินให้ผม ด้วยการจับจ้องไปยังความคิดและจิตใจที่ดิ้นพล่านอยู่ภายในตัวละคร โครงสร้างโดยรวมของเรื่องเกือบสมบูรณ์แบบ มีส่วนที่ปูดเกินขึ้นในตอนท้ายบั่นทอนความสวยงามมืดทึมอันได้รูปของมันthai
Rajita P.332 reviews28 followersFollowFollowMarch 31, 2018การอ่าน "คนแคระ" ให้ความรู้สึกเหมือนกินบรั่นดีเพียวๆ ค่อนข้างปวดหัวแต่ก็หยุดอ่านไม่ได้ คุณวิภาสเขียนเรื่องนี้ออกมาด้วยการใช้ภาษาเฉพาะตัว ตอนเริ่มเรื่องต้องใช้ความพยายามในการทำความคุ้นเคยสักพัก แต่ต่อมาก็อ่านได้ลื่นไหล เป็นเรื่องที่ใช้ภาษาสัญลักษณ์เยอะมาก และเหมาะกับช่วงที่ต้องการครุ่นคิดอะไรสักอย่างในชีวิต
Saranya3 reviewsFollowFollowOctober 13, 2017เป็นนิยายที่ให้อารมณ์หม่นๆ หดหู่นิดๆ แต่ก็ชวนให้ติดตาม นักเขียนสร้างงานที่ทำให้เราเข้าไป’รู้สึก’ โดดเดี่ยว อ้างว้างได้เหมือนกับที่ตัวละครทั้งสามรู้สึก ที่ไม่ชอบคือ บทพรรณาค่อนข้างเยอะ และบางช่วงโดยเฉพาะตอนท้ายเดินเรื่องช้าจนเหมือนยืด เนื่อหาของหนังสือเล่มนี้เป็นนามธรรมมาก มากจนไม่แน่ใจว่าถ้าต้องอธิบายสิ่งเหล่านี้ออกมาด้วยตัวเองเป็นคำพูดจะทำได้รึเปล่า ประทับใจความสามารถของนักเขียนในการถ่ายทอดสิ่งที่เป็นนามธรรมมากๆแบบนี้ออกมาให้เข้าใจได้ง่ายผ่านพล็อตเรื่องที่ไม่ซับซ้อนและตัวละครไม่กี่ตัว
Pichaya Anantarasate3 reviews5 followersFollowFollowApril 15, 2019งานชิ้นเอกของผู้เขียนที่ถักทอโครงสร้างทางวรรณกรรมกระแสสำนึกที่เนิบช้า อึดอัด และมืดมนอนธกาล เรื่องราวของความสัมพันธ์อันเปราะบาง และความปราถนาที่ก้ำกึ่งระหว่างความอยากแสดงออกถึงความเมตตาในนามแห่งชนชั้นกลาง หรือความพยายามที่จะบำบัดตนเองจากโรคาทางสังคม ด้วยการจับคนแคระมาขังไว้ และนำไปสู่การเปิดเปลือยภาวะด้านในของตัวละครอันชวนกระอักกระอ่วนและโศกเศร้า เป็นงานที่อ่านยากแต่เมื่อปีนข้ามกำแพง และจงใจเดินเข้ามาในกรงของผู้เขียน เราจะพบว่า ตัวเองอ่านโดยไม่ยอมวาง
Mongkonluck7 reviewsFollowFollowMay 12, 2018นิยายเรื่องนี้พยายามจำลองภาพด้านมืดของจิตใจมนุษย์ การลองทำในสิ่งที่เกินไปกว่ามโนธรรม และศีลธรรมของสังคมจะยอมรับได้ รวมไปถึงการทบทวนตัวเองไประหว่างการละเมิดมโนธรรม และศีลธรรมของสังคมว่าตัวเองได้เปลี่ยนไปอย่างไรบ้างเมื่ออ่านจบแล้วให้ความรู้สึกว่า เราได้สำรวจด้านมืดของตัวเราไปพร้อมกับตัวละคร และหนีออกมาได้พร้อมกับตอนจบของเรื่อง เหมือนโผล่ออกมาจากผิวน้ำได้ทันเวลาก่อนหมดลม
Krist Pornpairin4 reviewsFollowFollowMarch 16, 2019เป็นหนังสือที้อ่านยากนิดหน่อยและมีการพรรณณาค่อนข้างมาก แต่ว่า มีแนวคิดและความน่าสนใจขอเรืาองเป็นอย่างมาก และที่ชอบมาเป็นการส่วนตัวคือ มีตัวละครไม้เยอะทำให้สามารถจดจำได้หมดและเห็นมุมของตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง
ฮอ33 reviews6 followersFollowFollowDecember 22, 2025หนังสือเล่มนี้ขังเราเอาไว้ ทั้งยามตื่นและยามหลับอ่านจบแล้วก็ยังถูกขังให้อยู่ในจุดที่ดำมืดของจิตใจ
Bannarot88 reviews5 followersFollowFollowDecember 26, 20234/5 เหมือนกินลูกอมที่รสชาติกลางๆ แต่ยิ่งอมยิ่งเข้ม บางจุดเมื่อเผลอกัดก็เข้มข้นจนเข็ดฟันเอาจริงเป็นหนึ่งในนหนังสือที่ดองข้ามปี ถอดใจไปแล้วว่าคงอ่านไม่จบ แต่ก็ทู่ซี้ หยิบมาอ่านใหม่ตั้งแต่แรก (อ่านไปครึ่งหนึ่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว) พอพยายามมีสมาธืกับมัน ก็ไม่ใช่สิ่งแย่ความวกวนของความคิดของตัวละครแต่ละตัวจะพาเราดำดิ่ง และถ้าเราไม่พร้อมจะดื่มดำ ก็จะรู้สึกไปโดยปริยายว่าหนืดมาก ช้ามาก สนุกกี่โมง แต่หากเพียงคิด คิดอย่างละเอียดลออกับความคิดหรือมุมมองของตัวละครนั้นๆ ที่มีต่อสิ่งที่เห็น มันว้าวอยู่เหมือนกันเราเองรู้สึก "คอนเนก" บางส่วนกับตัวละครเอก ความต้องการเป็นที่ยอมรับ ความต้องการเป็นคนที่ถูกมองเห็น ความต้องการเป็นส่วนหนึ่ง หรือเป็นส่วนสำคัญมันเป็นสิ่งที่น่ากลัวและเรื่องเล่านี้ก็พยายามให้เห็นว่า การจ้องมองและดิ่งเข้าไปในจิตใจของตัวเอง มันจะต้องเจอกับอะไรบ้าง เป็นเล่มที่ทำให้เราเข้าอกเข้าใจมนุษย์ไปอีกแบบหนึ่งได้เลยthai-novel
Jiramet Kupairin19 reviewsFollowFollowMarch 27, 2016อยากจะเรียกนวนิยายเล่มนี้ของวิภาสว่า 'นวนิยายเงียบ' (ศัพท์ประดิษฐ์) อันเนื่องมาจากตัวละครไม่ใคร่จะมีบทสนทนาโต้ตอบกันมากเท่าที่ควร เป็นเพียงการบอกเล่าเรื่องราวผ่านการบรรยายอันยืดยาดเวิ่นเว้อ(ที่บางครั้งอาจเรียกว่าการพรรณนา) ส่งผลให้การเล่าเรื่องเป็นไปแบบเนิบช้ายาวนานถึง 400 กว่าหน้า ทั้ง ๆ ที่ตัวเนื้อเรื่องดูเหมือนจะไม่ค่อยมีปมขัดแย้งอะไรมากมายอย่างไรก็ตาม วิธีการเล่าเรื่องดังกล่าวกลับย้ำเน้นและนำเสนอภาพจำลองชีวิตมนุษย์ได้อย่างงดงามและถึงพริกถึงขิง ภาษา(ที่บางครั้งเป็นจินตภาพ)ทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีเยี่ยม สอดรับกับสารสำคัญและจุดมุ่งหมายที่วิภาสต้องการนำเสนออย่างลงตัวการพยายามสร้างสัมพันธภาพระหว่างมนุษย์ของตัวละครเอกที่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านนวนิยายเล่มหนานี้ เป็นกระจกเงาสะท้อนความล้มเหลวของวิถีการดำเนินชีวิตมนุษย์ในสังคมปัจจุบัน ที่บางคนใคร่แฝงกายในเงามืด ยึดมั่นถือมั่นในความเป็นปัจเจก ในขณะที่บางคนกลับต้องการสร้างสิ่งที่พวกเขาเรียกว่ามิตรภาพกับคนที่พวกเขาต้องการ (แม้คนพวกนั้นจะไม่ต้องการ)" ...เกริกก็นึกหวาดกลัว ใจขยั้นจนหนาววาบ เขาเอามือกอดเข่าแนบอกแน่น และประจักษ์ถึงความน่าสะพรึงกลัวอย่างสุดจิตสุดใจ เห็นสภาพอันเวิ้งว้างว่างเปล่าแผ่ขยายเข้ามา ความเวิ้งว้างอ้าโพรงปากมหึมาหมายจะเคี้ยวกลืนเขาลงไปในท้องมืดมัวของมัน หากเขายังอยู่ที่นี่ต่อไปอีกเพียงสองสามนาที เขาก็จะถูกดึงดูดเข้าไปหามันอย่างยากที่จะกลับมาได้ มันคือการจมหายไปชั่วกาล "อีกประเด็นหนึ่งที่มีความน่าสนใจก็คือการตีแผ่ความเหลื่อมล้ำที่ทวีความกว้างมากขึ้น และการกดขี่ผู้ด้อยอำนาจของผู้มีอำนาจ ซึ่งล้วนแล้วแต่บ่อนทำลายสังคมอันดีงาม และฉุดกระชากจิตใจของคนให้ต่ำตมจมดิ่งลงไปกว่าที่เป็นอยู่" เราเคยจ้องมันนาน ๆ ...เลยอดแคลงใจไม่ได้ว่า เวลาจริงในหนึ่งนาที แต่เข็มวินาทีบนหน้าปัดบันทึกได้ไม่ครบ มันกระโดดข้ามลัดไประหว่างเข็มตำแหน่งเลขสามถึงเลขห้าทุกรอบของการหมุน มันเหมือน...พวกเราถูกจารกรรมเวลาไปในช่วงนั้น แต่ละนาที เวลาย่อมถูกลิดรอนไปทีละน้อย แต่ละนาที ชั่วโมง วัน แล้วเป็นสัปดาห์ รั่วไหลหายไปเรื่อย ๆ นายเข้าใจไหม "
ชอบเตอร์2 reviewsFollowFollowWant to readMarch 27, 2016"…ความชิงชังเคียดแค้น ความรันทดชอกชํ้า คำพูดเยาะเย้ยที่ทิ่มแทงใจ เสียงหัวเราะและความอัปยศอดสูทั้งหลายล้วนถูกกลืนหลอมรวมอยู่ในอารมณ์โกรธเกรี้ยวคอยหล่อเลี้ยงเพลิงใจมิให้ดับมอด จิตใจของชายแคระหาได้ดูดซึมเฉพาะเพียงเคราะห์กรรมในยามนี้เท่านั้น แต่มันซับเอาชะตากรรมและความทุกข์ทนหม่นไหม้ทั้งหมดทั้งปวงในอดีตมาคลุกเคล้า นํ้าหนักของสายตาทุกคู่ที่จับจ้องร่างกายพิกลพิการของตน สิ่งเหล่านี้เขาสุมมันเข้าไปในอกอย่างแข็งขัน... คนแคระขบเคี้ยวคำเจ็บปวดรวดร้าวทั้งหลาย วลีบั่นทอนประดามีผุดขึ้นไม่ขาดสายในห้วงคิด และกำลังครอบนัยน์ตาเขา มันกระเด็นออกมาแล้วกลับพุ่งตรงใส่ตัวเขาเอง หัวใจของเขาดำมืดและเปล่าเปลี่ยวสุดแสน แต่คนแคระได้ค้นพบแก่นของมันแล้ว ในใจกลางของไฟโทสะนี่เองที่บันดาลให้เขารู้สึกถึงอิสระเสรี กรอบกรงแน่นหนาห้อมล้อมปลาสนาการไปสิ้น คนแคระลิ้มรสชาติของอิสรภาพในท่ามความพินาศแห่งอารมณ์ แขน ขา และองคาพยพพล่านไปอย่างเสรี เขากำซาบความเวิ้งว้างของอากาศอย่างเมามันและสาแก่ใจ หุบเหวเปิดอ้าให้เขากระโจนลงไป แต่มันก็ยังไม่สมบูรณ์แบบ เขาจึงผลักอารมณ์เดือดดาลไปข้างหน้าเพื่อนำทาง..."(less)flagLike · see review
Earn23 reviews2 followersFollowFollowMarch 18, 2016ความอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวของจิตใจนำไปสู่การกระทำที่เกินกว่าจะหยั่งคิดได้ เนื้อเรื่องวนเวียนอยู่กับความตระหนักนึกคิดของจิตใจที่แปรปรวนเพื่อเสาะหาความมั่นคงให้แก่ตนเองโดยมีคนแคระเป็นจุดศูนย์กลางยึดเหนี่ยวจิตใจของคนทั้งสาม โทนเรื่องถูกปกคลุมด้วยสีเทาดำ เต็มไปด้วยความหดหู่และความตะขิดตะขวงใจต่อการกระทำต่างๆ มีความเนิบนาบและเยิ่นเย้อปานกลางถึงมาก แต่ตอนจบถือว่าทำออกมาได้ดี(และสะใจ)
Nawara H.125 reviews39 followersFollowFollowJanuary 6, 2017ผิดคาดที่ตัวเองชอบเล่มนี้มากจนถึงขั้นติด top 5 ของปี 2013 แรกๆ ก็อึดอัดกับถ้อยคำบรรยายที่ไม่อนุญาตให้เราพักหายใจบ้างเลย แต่พอปรับจังหวะให้คุ้นชินแล้ว ก็ชอบเล่มนี้ตรงที่ว่า วิธีเล่ามันช่างสอดรับกับการคุมขัง อำนาจในมือที่ส่ายคลอนไปมาระหว่างตัวละครในเรื่องดีจริง
Suwitcha ChandhornAuthor 15 books90 followersFollowFollowJune 22, 2013ใช้ภาษาสละสลวย แต่ดำเนินเรื่องช้าเนิบ พยายามสร้างประเด็นชักชวนให้ฉุกคิดตามตัวละคร แต่ไม่สร้างสะพานให้ไปถึงบทสรุป คนอ่านที่มีพื้นเพต่างกัน อาจจะตีความข้อความในเรื่องได้ต่างกันไป
Garn Atiwat38 reviews1 followerFollowFollowMay 1, 2014อ่านด้วยความอึดอัด เนื้อเรื่องเชื่องช้า พรรณนาฟุ่มเฟือยมากมาย แอบมีรางวัลพาไปเที่ยวออสเตรเลียช่วงท้าย หลังจากอยู่แต่กรงขังทั้งเรื่อง
Copper125 reviewsFollowFollowJanuary 6, 2018I have not done this book yet. It’s so boring and disappointing me. I expected the serious stories with the cool ideas or morals, but I didn’t get these.