May Mostly Romance's Reviews > Fired Up (Arcane Society, #7)

Fired Up (Arcane Society, #7) by Jayne Ann Krentz

by
Nophoto-f-50x66
's review
Jan 27, 11

Read in January, 2011



เนื่องจากนโยบายไม่ยอมลงทุนซื้อหนังสือปกแข็ง (มากนัก) ของเรา ทำให้แม็กซ์มีลำดับการอ่านหนังสือในชุดประหลาดไปสักหน่อย แต่เมื่อคิดว่า ลำดับการเขียนของเรื่องในชุดก็ออกจากสับสนอยู่เหมือนกัน สรุปก็คือ ไม่ต้องคิดมากค่ะ งงเปล่า ๆ





Fired Up ของเจนย์ แอน ครานซ์

หนังสือเล่มนี้ตามลำดับแล้วถือเป็นเล่มแรกใน The Dreamlight Trilogy แต่ถ้าเรียงลำดับเงื่อนเวลาในเรื่องแล้ว ก็เป็นเล่มสองค่ะ เพราะเรื่อง Burning Lamp เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนปลายของยุควิคทอเรียน ซึ่งเจนย์เขียนในนามปากกาอแมนดา ควิกเกิดขึ้นก่อน แต่เนื่องจากลำดับการออกหนังสือเล่มนี้ออกมาก่อนค่ะ

และอย่างที่เกริ่นไป เนื่องจากเล่มนี้ซึ่งออกขายปีก่อนออกเป็นปกแข็งค่ะ แม็กซ์ก็เลยไม่ได้ซื้อ พอดีเพื่อนใจดีซื้อเรื่อง Burning Lamp ให้ เราก็เลยได้อ่านเล่มนั้นก่อน จากนั้นก็ตามมาด้วยปกอ่อนของเรื่อง Midnight Crystal ซึ่งเป็นเล่มปิดท้ายชุดที่ออกเป็นปกอ่อน สรุปก็คือแม็กซ์อ่านจนจบชุดไปแล้วถึงได้มาถึงเล่มนี้

นอกจากเป็นส่วนหนึ่งในชุดดรีมไลท์แล้ว เรื่องนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งในชุดสมาคมอาเคนอีกด้วย โดยถือว่าเป็นเล่มที่สิบเอ็ดในชุดแล้วค่ะ

ตามที่เล่าไปทั้งหมด แม็กซ์ซึ่งค่อนข้างเข้าใจคอนเซ็ปต์ของชุดพอสมควรแล้วนะคะ เราเลยไม่คาดหวังอะไรมากนักกับเล่มนี้ เพราะคิดว่า มันก็คงจะมีสไตล์เหมือน ๆ กัน นั่นคือ พระเอกที่สืบทอดเชื้อบ้ามาจากบรรพบุรุษ ต้องการหยุดยั้งอาการของตัวเองไม่ให้เลวร้ายลง จึงต้องตามหา Burning Lamp ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้นตระกูลของเขาคิดไว้ รวมทั้งผู้มีความสามารถในการใช้ดรีมไลท์เพื่อรักษาตัว และคนคนนั้นก็คือนางเอกนั่นเอง

หนังสือสองเล่มแรกในชุดก็เดิมตามสไตล์นี้ค่ะ และเล่มนี้ก็เหมือนกัน แต่เรารู้สึกว่าแม้จะเหมือนกันอย่างนั้น เล่มนี้ก็มีความพิเศษในตัวเอง ซึ่งทำให้มีความโดดเด่นเป็นของตัวเอง

ก่อนที่จะเริ่มต้นรีวิวหนังสือเล่มนี้ ขอกล่าวถึงแบ็คกราวด์ของชุดดรีมไลท์ก่อนแล้วกันค่ะ

หนังสือชุดดรีมไลท์มีพื้นฐานของเรื่องมาจาก นิโคลัส วินเตอร์ ซึ่งเป็นผู้มีพลังจิตและเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุในยุคศตวรรษที่สิบเจ็ด เขาคือเพื่อนสนิท ก่อนจะกลายเป็นศัตรูคนสำคัญของซิลเวสเตอร์ โจนส์ (ผู้ก่อตั้งสมาคมอาเคน) ในการตามหาความสำเร็จในการเพิ่มพลังจิตให้กับตัวเอง ในขณะที่ซิลเวสเตอร์เลือกทางเคมี และผสมยาพิเศษที่ทำให้ผู้ดื่มกลายเป็นคนที่มีพลังจิตเหนือคนอื่น (แต่ในขณะเดียวกันก็มีผลข้างเคียงทำให้เสียสติและตายได้) นิโคลัสเลือกทางวิศวกรรม เขาได้ประดิษฐ์สิ่งที่เรียกว่า Burning Lamp ขึ้นมา ตะเกียงวิเศษที่บรรจุพลังของคริสตัลที่เมื่อถูกใช้โดยหญิงสาวผู้มีพลังในการ ควบคุมคลื่นที่เรียกว่า ดรีมไลท์ เธอจะทำให้คนในตระกูลวินเตอร์ทรงพลังเหนืออื่นใด

ปัญหาก็คือ ถ้าลูกหลานของนิโคลัสหาหญิงคนนั้นไม่เจอ หรือเธอทรยศแล้วใช้พลังในการทำลายพวกเขา คำสาปของตระกูลก็จะมีผล และทำให้คนคนนั้นเสียสติในที่สุด (ลอกมาจากรีวิวเรื่อง Burning Lamp)

เล่มนี้เปิดเรื่องคล้ายคลึงกับสองเล่มในชุด เมื่อแจ๊ค วินเตอร์พบว่า ตัวเองเริ่มต้นมีอาการตามที่บันทึกของนิโคลัส วินเตอร์บอกไว้ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อแจ๊คมีอายุครบสามสิบหกปี ความสามารถพิเศษทางพลังจิตชนิดที่สองก็ปรากฏขึ้น พร้อมกับฝันร้าย และช่วงเวลาที่หายไปที่แจ๊คจำไม่ได้ว่า เขาไปทำอะไรมา

แจ๊คสืบหาข้อมูลจนเจอตัวโคลอี ฮาร์เปอร์ นักสืบเอกชนผู้ซึ่งมีพลังจิตสามารถควบคุมพลังงานดรีมไลท์ได้ และขอให้เธอออกตามหา Burning Lamp ของครอบครัวที่สูญหายไป เพราะตอนนี้แจ๊คต้องการใช้มันเพื่อรักษาตัวเอง เขาเชื่อในคำสาปของตระกูล และเกรงว่า ตัวเองจะเป็นบ้า และจะต้องถูกตามล่าโดยคนของสมาคมอาเคน

โคลอีสามารถหาของที่แจ๊คต้องการได้อย่างรวดเร็ว เธอและแจ๊คเดินทางไปลาสเวกัสเพื่อหาตัวคนที่ครอบครอง Burning Lamp อยู่ และก็ได้มันมาในความครอบครองอย่างรวดเร็ว แต่แล้วพวกเขาก็ตกเป็นเป้าหมายของคนร้ายที่จ้องจะขโมยของชิ้นนี้

ถ้าคนอ่านต้องการอะไรที่ใหม่ และแตกต่างจากสไตล์ของเจนย์ที่คุ้นเคยกัน แม็กซ์ก็คงบอกว่า คงจะไม่ได้พบในเล่มนี้หรอกนะคะ เพราะองค์ประกอบเกือบทุกอย่างในเล่มมีกลิ่นอายของความเป็น JAK ที่คุ้นเคยกันครบถ้วน เริ่มต้นตั้งแต่คาแร็คเตอร์ที่เป็นตัวของตัวเอง และแตกต่างจากคนอ่าน ทว่ากลับลงตัวเมื่อทั้งสองได้มาพบกัน

โคลอีเป็นคนในตระกูลฮาร์เปอร์ที่ทำธุรกิจที่ถูกกฎหมาย ในขณะที่ญาติคนอื่น ๆ ของเธอมีอาชีพในอีกด้านนึง แต่เธอก็ไม่ใช่คนเถรตรงจนไม่เข้าใจว่า บางครั้งมันก็มีความจำเป็นจะต้องใช้ชีวิตอีกฝั่งนึงของกฎหมายเช่นกัน บรรดาญาติของโคลอีเข้ามามีบทบาทในการช่วยให้เธอและแจ๊คค้นหา Burning Lamp จนเจอ ทั้งยังช่วยให้พวกเขาหลบหนีจากเงื้อมือคนร้าย

การที่แจ๊คเป็นคนในตระกูลวินเตอร์ ทำให้เขามีส่วนคล้ายคลึงกับโคลอีอย่างมากด้วย เพราะตระกูลของเขาก็อยู่นอกสมาคมอาเคน (ซึ่งก่อตั้งโดยศัตรูคนสำคัญของบรรพบุรุษ) เขาถูกจับตามอง เพราะมีโอกาสเป็นไปได้ว่า เขาจะบ้าคลั่งเหมือนอย่างที่นิโคลัสเป็น และเมื่ออาการของเขาเริ่มบ่งบอกถึงความผิดปกติ แจ๊คก็กลัวเหลือเกินว่า เขาจะถูกตามล่าโดยอาเคน หรือถ้าจะพูดให้ถูก โดยฟอลลอน โจนส์ หัวหน้าสำนักงานนักสืบเจแอนด์เจ ซึ่งทำงานให้กับอาเคน แจ๊คและฟอลลอนเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็ก แต่เขาก็รู้ว่า ถ้าจำเป็นฟอลลอนก็ตัดสินใจที่จะกำจัดเขาได้ ถ้าเขาเสียสติ

แม้แม็กซ์จะบอกไปแล้วว่า ไม่จำเป็นต้องอ่านเรียงกันตามลำดับในชุดก็ได้ แต่เราัยังรู้สึกว่า ถ้ามีโอกาสก็ควรอ่านเรื่องนี้ก่อนค่ะ เพราะในเล่มนี้มีการให้คำอธิบายเกี่ยวกับพลังงานดรีมไลท์ไว้ค่อนข้างมาก และละเอียด หนึ่งในปัญหาที่แม็กซ์เจอตอนอ่านเล่มสองในชุด (ก่อน) ก็คือ เราไม่รู้ว่า ดรีมไลท์คืออะไร ทำให้งงออกทะเลไปพักใหญ่ ๆ เลยล่ะ แต่ในเล่มนี้ คำอธิบายค่อนข้างชัดเจน ทำให้ไม่รู้สึกมึนกับการทำความเข้าใจ

ในแง่ของพล็อต เรื่องนี้เหมือนกันกับเรื่องอื่นในชุด แต่คาแร็คเตอร์ก็มีความน่าสนใจในตัวเอง และสามารถทำให้อ่านเรื่องนี้สนุกไปได้ตลอด นอกจากนี้เราสังเกตว่า เรื่องนี้เจนย์ใช้เทคนิคในการวางพล็อตเรื่องที่แตกต่างออกไปจากงานเล่มอื่น ๆ ของเธอด้วย (ซึ่งเราสังเกตเห็นว่า ในเล่มใหม่ล่าสุด ซึ่งเราจะเขียนรีิวิวต่อไป ก็วางพล็อตแนวนี้เช่นกัน) นั่นก็คือ ไม่ได้โฟกัสที่เหตุการณ์เพียงเรื่องเดียว แต่มีหลายอย่างเกิดขึ้น ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกันบ้าง และไม่เกี่ยว แต่ไม่ได้ถึงกับทำให้โฟกัสของเรื่องหลุดไปนะคะ มันกลับทำให้ดูสนุกกว่าด้วยซ้ำ เพราะเหมือนได้เห็นชีวิตของตัวเอกในช่วงนั้นอย่างชัดเจน

นอกจากนี้แล้ว ในเล่มนี้เจนย์ยังได้ทำให้ในสิ่งที่เธอไม่ค่อยได้ทำบ่อยนัก นั่นก็คือ การเล่าถึงคาแร็คเตอร์รองที่จะกลายเป็นพระเอกในเล่มต่อไป ปกติเจนย์ไม่ค่อยเขียนหนังสือที่มีความต่อเนื่อง และไม่นิยมเอาพระเอก/นางเอกเล่มต่อไปมามีบทบาทโดดเด่นในเล่มก่อนหน้า แต่ในเล่มนี้คนอ่านมีโอกาสได้พบกับฟอลลอน โจนส์ในที่สุด หลังจากได้รู้จักเขาผ่านเสียงทางโทรศัพท์ไปหลายเล่ม

และฟอลลอน โจนส์ก็เป็นตัวละครที่น่าสนใจมาก ๆ น่าสนใจมากขนาดที่ทำให้แม็กซ์ซื้อเรื่องของเขามาอ่านในทันทีที่จบเล่มนี้ลง และเรื่อง In Too Deep ที่เล่าเรื่องของเขาก็เลยกลายเป็นเรื่องที่เราใช้อ่านประเด็มในคินเดลอัน ใหม่ของเราด้วย

สำหรับเล่มนี้ คะแนนที่ 73

Sign into Goodreads to see if any of your friends have read Fired Up (Arcane Society, #7).
sign in »

No comments have been added yet.